2011/May/12

อ.humikane ลงเรื่องไว้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกรา ต้นปีที่ผ่านมาครับ

อาจจะช้าไปสักหน่อยกว่าผมจะแปลออกมา ต้องขอโทษด้วย(ทั้งที่ไม่ได้เยอะอะไรเลย)

ใครยังไม่ได้อ่าน 7 ตอนแรก โปรดอ่านก่อน ที่นี่ ไม่เช่นนั้นจะงงเรื่องได้
 
           
การนั่งทับส้นเท้า ซากาโมโต้ มิโอะ (12)

ที่มา http://www.pixiv.net...ust_id=18354376
................................
“ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่มันช่วยไม่ได้นี่นา!”

เสียงของคันโนะดังลั่นมาจากระเบียง
ขณะที่ฉันกำลังคิดอยู่ว่า สงสัยจะเกี่ยวกับเรื่องสไตรเกอร์ที่พังจากการรบเมื่อวาน
ประตูของห้องบรรยายสรุปก็เปิดออกมาจากด้านในอย่างแรง พร้อมกับคันโนะซังที่พรวดออกมา
จากที่เห็นดูท่าเธอจะอารมณ์ไม่ค่อยดี แต่เหมือนจะกำลังงอนๆ มากกว่าจะเรียกว่ากำลังโกรธ


ผู้หมวดครูปินสกี้ตามออกมา เธอเดินอ้อยอิ่งออกจากห้องพลางพูดหยอกเล่นพล่อยๆ ไปว่า

“เราไปจิบไวน์คุยกันต่อสองคนมั้ยจ๊ะ?”

นิปะซังออกมาเป็นคนสุดท้าย
เธอกล่าวอย่างนอบน้อมแต่ดูท่าทางเหม่อลอยไม่ได้ใส่ใจ
“ถ้าอย่างนั้น ขอตัวนะคะ”


ถ้างั้นก็แน่นอนแล้วล่ะว่าคนที่ใช้ห้องอยู่นั้นเป็นใคร
พอลองมองลอดประตูห้องบรรยายสรุปที่แง้มอยู่ ก็เห็นร่างของร้อยเอกโพครีชกิ้นกำลังถอนหายใจแรงๆ เฮือกใหญ่


“เหนื่อยหน่อยนะคะ ผู้กอง”
ผู้กองต้อนรับฉันด้วยรอยยิ้มแหยๆ เมื่อฉันกล่าวทักทาย

“นี่เห็นว่าฉันเหนื่อยอยู่งั้นเหรอ?”
“ถึงไม่ได้เป็นยอดนักสืบก็รู้ค่ะ เรื่องการรบเมื่อวานสินะคะ”
เห็นท่าทางที่เคร่งเครียดของผู้กองก็เข้าใจ แต่ฉันก็ลองถามเหตุผลออกไปดู


“ค่ะ แถมยังถูกขอให้รายงานเรื่องนี้ไปด้วย ... เฮ้อ นี่ฉันจะทำยังไงดีล่ะ...”
“ได้ยินมาว่า 3 คนนั่นทำสไตรเกอร์พังซะเด่นอีกแล้วสินะคะ”
“เกี่ยวกับความเสียหายของอุปกรณ์... มีทั้งปัญหาการบำรุงรักษาให้พร้อมใช้ ปัญหาการส่งเสบียงเองก็มีอยู่
แต่เรื่องที่ไม่มีทางทำอะไรได้นั้นฉันเองก็เข้าใจอยู่หรอก”


ดูเหมือนว่าความทุกข์ใจของผู้กอง จะไม่ใช่เรื่องสไตรเกอร์
ถ้าจำไม่ผิด เพื่อการปลดแอกกัลเลียให้เป็นอิสระ การส่งเสบียงจึงถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นมากแล้ว และพื้นที่รับผิดชอบของ 502 ก็เป็นเขตที่มีการสู้รบรุนแรงที่สุด ทำให้เรื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆ หมดไปในอัตราสูงนั้นถูกมองข้าม
ถ้าอย่างนั้นความกังวลใจของผู้กองจะต้องเป็น เรื่องของตัววิทช์ในด้านการใช้สไตรเกอร์แน่นอน

(ส่วนที่ขีดเส้นใต้ผมแต่งความหมายขึ้นมาใหม่
เนื่องจากตามต้นฉบับแปลออกมาแล้วขัดแย้งกับไทม์ไลน์ของเนื้อเรื่องอย่างแรง
หลักจากปรึกษากับคนอื่นๆ แล้ว ลงความเห็นตรงกันว่าอ.แกคงเมา เขียนผิดแหงๆ)




“เป็นห่วงเรื่องของ 3 คนนั่นสินะคะ”
“แน่สิคะ แต่ว่าไม่ว่าจะพูดยังไงก็ไม่รับฟังอย่างตั้งใจกันเลย”
“คันโนะซังกับผู้หมวดครูปินสกี้ก็พอเข้าใจอยู่หรอก... แต่นิปะซังดูไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นเลยนี่คะ”
“ปัญหาไม่ใช่เรื่องนั้นค่ะ นิปะซังน่ะให้ความรู้สึกเหมือนว่าเธอ “กำลังยอมแพ้” มากกว่าจะบอกว่าเธอกำลังชินกับการบาดเจ็บเอย เครื่องตกเอย... ฉันกลัวค่ะ กลัวว่าสักวันจะเกิดเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขได้ขึ้น”
อย่างนี้นี่เอง แต่พอมองร่างของผู้กองที่ตั้งใจจะ “ชี้แนะ” ทั้ง 3 คนดีๆ แล้ว ก็เป็นเพราะว่าเธอเป็นกังวลจริงๆ

“ถ้ายังไงพอจะเล่าให้ฉันฟังได้หรือเปล่าคะ แต่ว่า...”


ไม่รู้ว่าทำไม ฉันถึงเห็นผู้กองเหมือนกับเป็นคุณครูที่ได้รับหน้าที่ใหม่ให้รับผิดชอบเด็กซนๆ เลย
จะว่าไป นึกถึงตัวเองสมัยที่ยังเป็นเด็ก ฉันเลยปิ๊งไอเดียขึ้นมาอย่างนึง



“หลังจากนี้ ขอให้ผู้กองมาที่ห้องของฉันนะคะจะได้มั้ย?”
---------------------------------------------------------------------------


“นั่งทับส้นหรือคะ?”
“ค่ะ มันเป็นวิธีฝึกฝนขัดเกลาจิตใจที่สืบทอดมาแต่เก่าก่อนของฟุโซ”

ที่ฟุโซ ฉันมีโอกาสได้นั่งอยู่บ่อยๆ อย่างในฝึกอบรบจริยธรรมกับชั่วโมงวิถีนักรบอะไรพวกนี้ แต่ว่าที่ฐานของ 502 นี่พื้นทำจากหิน จะให้นั่งทับส้นอาจจะลำบาก เพราะอย่างนั้นถึงได้ให้มาที่ห้องของฉัน

“ผู้กอง ถอดรองเท้าแล้วขึ้นมาบนเตียงสิคะ”


“เอ๊ะ?เอ๋~~???!?!?! ผู้หมวดชิโมฮาระ!!???!?!?”



พอเห็นแก้มขาวนวลของผู้กองย้อมเปลี่ยนเป็นสีแดงแป๊ดโดยพลัน ก็รู้ตัวว่าตัวเองได้พูดเรื่องร้ายกาจเข้าให้เสียแล้ว

“ไม่ใช่ๆๆๆๆ! ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ เอ่อ...”

------------------------------------------------------------------------------

“อย่างนี้นี่เอง แบบนี้คือการนั่งทับส้นสินะคะ”

ตอนนี้ ฉันกับผู้กองกำลังนั่งทับส้นหันหน้าเข้าหากันอยู่บนเตียง
ช่างเป็นสภาพที่แปลกจริงๆ แต่เพราะไม่มีเบาะรองนั่ง สถานที่ใกล้ตัวที่น่าจะนั่งทับส้นได้จึงมีแค่ที่นี่เท่านั้น




“ค่อนข้าง...ลำบากจังเลยนะคะ”
“ที่ฟุโซจะนั่งกันบนพื้นเสื่อค่ะ บนหินนี่ไม่ได้จริงๆ”
“บนเสื่อหรือคะ? ไม่น่าจะนั่งได้เลยนะ”
“ถ้าชินแล้วก็สบายมากค่ะ เตรียมเบาะเอาไว้เท่ากับคนตรงหน้านะคะ และก็ท่านั่งที่ถูกต้องทำแบบนี้ แล้วค่อยๆ ทำสมาธิ เราก็จะสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาได้อย่างตรงไปตรงมาค่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง...อืม...”

เห็นผู้กองดูท่าจะทรมานเหลือเกิน ยังไงก็พอไว้เท่านี้แล้วกัน
“อา พอแค่นี้ก็ได้นะคะ”
“ค่ะ...”
“ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นประโยชน์กับผู้กองหรือเปล่า
แต่ยามที่ฉันต้องการจะสงบจิตใจก็จะนั่งทับส้นเท้าอยู่ประจำเลยล่ะค่ะ”


ฉันพูดในขณะที่ระยะห่างของเข่าเราแทบจะชนกัน ความน่ารักของผู้กองที่กำลังถูขาเบาๆ เพราะเป็นเหน็บเนื่องจากไม่คุ้นชินกับการนั่งทับส้นเท้า ทำเอาความรู้สึกที่ห่อเหี่ยวอยู่พลันคึกคักขึ้น ฉันไม่อาจอดกลั้นความรู้สึกนี้ได้เลย


หลังจากนั้น การนั่งทับส้นเท้าก็แพร่เข้าไปใน 502 ในฐานะของบทลงโทษ หาใช่การฝึกฝนขัดเกลาจิตใจแต่อย่างใด

Comment

Comment:

Tweet


ต้องกลับไปอ่าน 7 ตอนแรกก่อน โอ้ววว 555+
ทำไมบรรทัดท้ายๆดูซาดิสจัง ฮา
#4 by kurosawa At 2011-05-13 22:26,
หวาว นึกว่าตอนนั้นแล้วจบเลยซะอีก

ขอบคุณที่อุตส่าห์แปลคร้าบ
#3 by Rand Kung At 2011-05-13 18:17,
โอ้ววววว Hot! Hot! Hot! Hot!
#2 by ทากน้อย At 2011-05-13 02:26,
เหมือนมันจะเป็นบทลงโทษที่ใช้กันมาจนถึงตอนนี้เลยนะ =A=

มีภาคต่อด้วยเหรอเนี่ย XDDDD

ขอบคุณที่แปลค่ะ จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ
#1 by 1St-Kuro Studio At 2011-05-13 00:53,
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ โดย purerain ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.
ShoutMix chat widget