2011/Feb/04

ตอนสุดท้ายของหนึ่งวันที่ซาดาโกะเข้ามาที่ 502 กันแล้วครับ
ตอนนี้คนแปลเหมือนถูกต่อยหน้าเข้าอย่างจัง ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่ามันจะมาลงเอยอีแบบนี้คงไม่แปลแหงๆ 
ตอนสุดท้าย เป็นตอนที่แปลได้ง่ายที่สุดเลยด้วย ยังไงก็ขอโทษคนที่ตามอ่านนะครับที่แปลตอนสุดท้ายออกมาช้า
(ว่าแต่มีเรอะคนตามอ่าน 555) จริงๆ บอกว่าเป็นตอนสุดท้าย
แต่ล่าสุดผมเห็นในทวีตเตอร์ของอ. humikane เมื่อไม่นานมานี่มีตอนใหม่ลงอยู่ครับ
เป็นเรื่องเกี่ยวกับตอนที่ซาดาโกะเอาวัฒนธรรมฟุโซอย่าง "การนั่งทับส้น" มาเผยแพร่ในฐานของ 502 
แต่ไม่ได้เอามาเผยแพร่เฉยๆ เธอเอามาใช้เป็นบทลงโทษคนทำผิดนี่สิ 555
ไว้มีโอกาสจะแปลมาลงไว้นะครับ มีเรื่องของ 504 อีก
อยากแปลต่อ แต่ต้องแปลประวัติตัวละครทุกตัวก่อน ก็เลยขี้เกียจๆ ที่สำคัญเฟเดริก้าไม่ได้ออกโรง บู่ๆ
504 คนส่วนใหญ่คงรู้จักกันเยอะกว่าเพราะว่าโผล่ในอนิเมภาค 2 และก็เกมนี่นะ
ถ้าแปลเสียงตอบรับอาจจะดีกว่าก็ได้(เหรอ...)
ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ที่ตามอ่านกันมา สุดท้ายอ่านจบแล้ว มีคำถามนิดนึง คนที่เข้ามาอ่านตอบหน่อยก็ดีน้า
"อยากรู้ว่าคุณชอบใครใน502มากที่สุด เพราะอะไร?"
 
ป.ล. ขอบคุณคนอ่านที่ลงชื่อทุกคนครับ
step (125.27.229.16)
yoruichi (58.9.39.174)
7 คนเอง แหะๆ แต่ก็ขอบคุณทุกคนครับ และก็ขอบคุณตัวช่วยทุกคน เวบดิก กูเกิ้ล บลาๆๆ
เร็วๆ นี้เดี๋ยวจะเอาโปรเจ๊กท์ใหญ่มาลง สาวก SW ติดตามกันได้
........................................................................
ข้อมูลจำเพาะของกองบินร่วมรบที่ 502
กองบินร่วมรบที่ 502
ฉายา เบรฟวิทช์เชส BRAVE WITCHES

สังกัด กองบัญชาการใหญ่ทางฝั่งตะวันออก

(รับผิดชอบ โอรุสเซีย, ตั้งแต่แนวชายแดนออสมาร์กไปจนถึงเทือกเขาอูราล
และ ประเทศเล็กประเทศน้อยในยุโรปตะวันออก)

ฐานบัญชาการหลักอยู่ที่เมืองปีเตอร์เบิร์กเป็นกองบินจัดที่ตั้งขึ้นมาเพราะผลจากยุทธการบาร์บารอซซ่า

ภารกิจหลักคือกอบกู้คาร์ลสลันท์
และเป็นหน่วยจู่โจมที่รับหน้าที่ในเขตที่มีการสู้รบดุเดือดที่สุดของยุโรป
จากที่กล่าวมาข้างต้นทำให้มีสมาชิกที่ "ต่อสู้ด้วยจิตใจที่กล้าหาญอย่างเต็มเปี่ยม" อยู่หลายคน
อัตราการสูญเสียสไตรเกอร์จึงสูงมากผิดปกติ
จึงก่อตั้งหน่วยเฉพาะทางขึ้นมาเพื่อเก็บกู้สไตรเกอร์โดยเฉพาะ

เป็นหน่วยที่ทำการรุกคืบ บ่อยครั้งจึงต้องไปพักแรมในสถานที่เหมือนเป็นสนามบินเฉพาะกิจ
ที่ไปตั้งอยู่ตามทุ่งหญ้าในแนวหน้า

ความเดิมตอนก่อน
 
ฉันพูดคุยเรื่องความทรงจำสมัยอยู่ที่ฟุโซกับคันโนะซังอยู่สักพัก
เราต่างคึกครื้นด้วยเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมีคนที่รู้จักเหมือนกันบ้าง
เรื่องความแตกต่างด้านอาหารการกิน และก็วัฒนธรรมของฟุโซกับยุโรป
ตอนที่มาที่นี่ ฉันรู้สึกกังวลอยู่ที่ต้องแยกจากสหายร่วมรบที่ริบัล แต่ว่า
คันโนะซังเองก็คงรู้สึกเช่นเดียวกันล่ะมั้ง

หัวข้อการสนทนาเปลี่ยนเป็นเรื่องของครอบครัวที่ฟุโซกับเรื่องธรรมชาติ
ครอบครัวของฉันเป็นครอบครัวนักวิชาการ
พ่อฉันค้นคว้าประวัติวรรณคดีของฟุโซอยู่ ฉันว่ามันออกจะเป็นเรื่องน่าเบื่อแต่
ดูเหมือนว่าคันโนะซังจะสนุกกับเรื่องที่ฉันเล่าผิดคาดเลย

"เรื่องนั้นน่ะตัวเอกเป็นผู้หญิงที่ไม่เด็ดขาดเอาซะเลย ไม่ไหวๆ"

บางทีก็พูดแสดงความเห็นชวนเครียดอะไรแบบนี้ออกมา
นี่ถ้าเธอไม่อ่านซ้ำไปมาอย่างละเอียดคงไม่มีทางจับใจความส่วนที่ไม่เข้าใจแบบนี้ได้หรอก
ทำให้ฉันรู้สึกได้เลยว่าการอ่านเป็นอีกด้านนึงที่เธอชอบ

ส่วนหัวข้อสนทนาของทางด้านคันโนะซังนั้นมักพูดถึงเรื่องของพี่สาว

"คุณพี่สาวเองก็เป็นวิทช์เหรอคะ?"
"ไม่ใช่ๆ แต่ว่า เรื่องเย็บปักหรือทำอาหารอะไรแบบนั้นเนี่ยเก่งมากๆ เลยนะ ต่างกับเราลิบลับเลยล่ะ"

ฉันว่าเธอคงไม่ได้ตั้งใจแบบนั้นแต่เธอก็ยังยิ้มแย้มอวดเรื่องพี่สาวของตัวเองต่ออย่างภาคภูมิใจ

"รักพี่สาวมากเลยสินะคะ"

คันโนะซังทำท่าเลิกลั่กและก็พยักหน้าหงึกๆ

"คุณพี่สาวเองก็คงรักคันโนะซังมากเหมือนกัน"
"...คงงั้นมั้ง"

คันโนะซังครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะพูดทิ้งท้ายสั้นๆ แล้วออกไปจากห้องว่า "นอนล่ะ"

ฉันเองก็ได้เวลานอนแล้วล่ะมั้ง แต่ก่อนอื่นก็ต้องสะสางสัมภาระซะก่อน
แล้วฉันก็นึกขึ้นได้ว่าลืมสมุดจดไว้ที่ห้องครัว
มันเป็นสมุดบันทึกค้นคว้าสูตรการทำอาหารฟุโซของฉัน
ถึงจะไม่ใช่ของที่สำคัญอะไรนักแต่ถ้าไม่มีมันอยู่ใกล้ๆ
มือแล้ว
จิตใจมันไม่สงบก็เลยออกมาที่ระเบียงเพื่อไปหยิบสมุดที่ลืมไว้

ถึงจะมีเวทมนตร์คอยปกป้องร่างกายอยู่
แต่ฤดูหนาวของโอรุสเซียต่างจากฟุโซเลย ความหนาวของที่นี่โหดร้ายมาก
ฉันเดินไปตามระเบียงทางเดินสลัวๆ ค่อยๆ เปิดประตูห้องครัวออกช้าๆ แต่แย่แล้วสิ
ฉันไม่รู้ว่าสวิทช์เปิดไฟอยู่ตรงไหน

ความสว่างจากตรงระเบียงส่งมาไม่ถึงในห้องซะด้วย
ในห้องครัวก็มืดตึ๊ดตื๋อเลย ถ้ามีเทียนไขก็คงใช้ได้อยู่หรอก
ไม่มีทางเลือกแล้ว ปกติก็พอจำตำแหน่งของที่วางไว้ได้อยู่ คลำๆ หาดูคงไหวแหละ
พอคิดได้แบบนั้น ฉันก็เดินอย่างระมัดระวังเข้าไปในห้อง
ตู้เก็บถ้วยชามอยู่ตรง...แถวๆ นี้ อ่างล้างของอยู่แถวนี้... อึ้ม ไม่ผิดแน่
งั้นสมุดจดก็ต้องอยู่แถวนี้แน่นอน ฉันเอื้อมมือขวาไปตามที่ตัวเองจำได้
ทันใดนั้น ฝ่ามือก็สัมผัสกับความรู้สึกนิ่มๆ ... หยุ่นๆ...
เอ๋? เมื่อกี้มันอะไร? ไม่ทันที่ฉันจะได้คิดก็

"ห๊ะ... !ว๊ายยย!"  
 
มีเสียงร้องดังลั่นขึ้นที่ห้องครัว
ฉันตกใจผงะถอยหลัง แต่กลับเซ่อซ่าสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างจนล้มลง เจ็บจัง...
ฉันสับสบจนทำอะไรไม่ถูกไม่เข้าใจสถานการณ์ว่าเกิดอะไร
จู่ๆ ไฟในห้องครัวก็เปิดขึ้น
พอทอดสายตามองภายในห้องก็เห็นผู้หมวดเลอแมร์ยืนอยู่ตรงข้างๆ สวิทช์ไฟ


"เจอร์เก้ซัง..."
"ชิโมฮาระซัง..."

เราสองคนต่างตกใจมองหน้ากันเลิกลั่ก

"ตายแล้ว ชิโมฮาระซัง!"

ผู้หมวดตะโกนเสียงดังออกมา
พอฉันรู้สึกตัวก็เห็นแผลถลอกที่หัวเข่าที่เกิดเมื่อตอนล้มลงเมื่อกี้

ผู้หมวดอังมือตรงบริเวณแผลที่มองเห็นเด่นมากเพราะเลือดซึมออกมา
ทันใดนั้นเอง หูแมวที่มีขนนุ่มเรียวยาวก็โผล่ขึ้นบนศรีษะ
เธอกำลังใช้เวทรักษาอยู่นั่นเอง

"ไม่ได้หนักหนาอะไรหรอกค่ะ ปล่อยไว้ก็หายเอง"
"ไม่ได้นะ อ้ะ เป็นเพราะฉัน..."

ผู้หมวดเลอแมร์มีท่าทางขอโทษออกมาจากใจจริง
ไม่นานนักแผลก็ปิดจนแทบไม่เหลือร่องรอยของแผลเอาไว้เลย
ที่เรียกว่าเวทมนต์ไม่ว่าอย่างไหนก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์ แต่ที่มหัศจรรย์ที่สุดก็คือเวทรักษานี่แหละ
พอหายตกใจ ข้อสงสัยต่างๆ ก็ผุดขึ้นมา


"เจอร์เก้ซัง มาทำอะไรที่ห้องครัวเหรอคะ"
"เอ...? คือว่า คือ แล้วชิโมฮาระซังล่ะคะ?"

ด้วยคำถามคาดหวังที่พึ่งราวกับกำลังหาพวก ฉันเลยเล่าที่มาที่ไปให้ฟัง

"เป็นแบบนี้นี่เอง..."

ผู้หมวดเลอแมร์ไหล่ตกลง ทันใดนั้นท้องของผู้หมวดก็ส่งเสียง โครก ออกมาอย่างน่ารัก
อะไรกัน เป็นแบบนี้หรอกเหรอ
ตอนฉันอยู่ที่ริบัลก็เคยถูกรุ่นพี่ไหว้วานให้ทำมื้อดึกให้อยู่ เลยไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกอะไร
แต่ว่า สำหรับผู้หมวดเลอแมร์ที่มีนิสัยขี้เกรงใจมันคงเป็นเรื่องที่ใหญ่มากเลยทีเดียว


"ฉัน...พอใช้เวทมนตร์แล้วจะหิวมากก็เลย..."

ผู้หมวดเลอแมร์พูดตะกุกตะกัก

"ก็วันนี้ออกรบมานี่คะ ช่วยไม่ได้หรอก"
"ต..แต่ว่า แปลกจัง แค่ฉัน..."

ผู้หมวดหน้าแดงกล่ำคงอายมากเลยทีเดียว ไม่สิ จะยังก็เถอะ... เอ๋...

"เจอร์เก้ซัง ไข้สูงมากเลย!"
"อ้ะ...ไม่ต้องใส่ใจหรอกค่ะ พอใช้เวทรักษา ร่างกายก็จะเป็นแบบนี้... ประจำน่ะค่ะ..."
"งั้นก็ ไม่ใช่เพราะฉันสินะคะ...!"
"ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ... เพราะปล่อยไว้สักพักก็หายได้เอง ไม่ได้เป็นอาการป่วยอะไรค่ะ"

เฮ้อ โล่งอกไปที

"อย่าไปบอก..."
"เอ๋?"
"อย่าไปบอก...กับใครนะคะ ..."

ฉันถูกดวงตาสั่นเครือเหมือนคนเป็นไข้ช้อนสายตาขึ้นมอง
ตอนนี้ตัวฉันถูกวิงวอนด้วยน้ำเสียงที่ราวกับจะขาดห้วงไปก็เลย...


"ชิโมฮาระซัง...? ว้าย..."

ฉันสวมกอดผู้หมวดเลอแมร์เอาไว้แน่น อ๊า เป็นแบบนี้เอาตั้งแต่วันแรกเลยเหรอ...
หากฉันเห็นของน่ารักๆ ทีไร ไม่เกี่ยงว่าต้องเป็นอะไรหรือเพศไหนก็จะเป็นแบบนี้
ผมนุ่มๆ ที่มัดแกละไว้ด้านข้างสัมผัสกับแก้มฉัน
กลิ่นหอมจัง

"ไม่เป็นไรนะ เพราะมันจะเป็นความลับระหว่างเราสองคน..."
"ชิโมฮาระซัง..."

ความอบอุ่นตอนกอดนี่ รู้สึกดีจัง
ไออุ่นจากร่างนี้ ความใจดีของผู้หมวดที่ใช้เวทรักษาให้
สิ่งนั้นมันคืออะไรกันนะ พอฉันกำลังคิดอะไรแบบนั้นอยู่ก็...
เจอผู้กองโพครีชกิ้นยืนนิ่งอึ้งอยู่ที่หน้าประตูทางเข้า


"เจอร์เก้ซัง... ชิโมฮาระซัง..."

หลังจากนั้นผู้หมวดครูปินสกี้กับพันจ่านิปะก็โผล่มาอย่่างไม่คาดฝัน

"นี่เรามาเป็นกขค.รึเปล่านะ"
"ว้าว..."

สงสัยคงเป็นตอนที่ฉันหกล้ม เลยเกิดเสียงดังพอดู
และการที่ห้องครัวมีแสงสว่างโร่ตอนนี้ก็ไม่เป็นธรรมชาติเอาซะเลย
หลังจากฉันคิดได้แบบนั้นมันก็แน่ล่ะ ตอนนี้ฉันไม่ว่างพอจะมาคิดอะไรพรรค์นี้นี่


"อา เออ คือนี้... มันไม่ใช่!"
"ถึงจะบอกว่าไม่ใช่ก็เถอะ... นี่? ผู้กอง แต่เด็กผู้หญิงเหมือนกันกอดกันแน่นนี่มัน"
"..! ไม่ต้องมาทำท่าประกอบเลยค่ะ ผู้หมวด!"
"หวาา..."
"ไม่ใช่แค่นาโอะจัง แม้แต่เจอร์เก้จัง ฉันก็ถูกชิงไปตั้งแต่วันแรกแบบนี้เสียความภูมิใจหมดเลย"
"ค..คือว่าที่ว่านั่นน่ะค่ะ เออ... ศีลธรรม เออ..."
"หวาา..."

สุดท้ายแล้ว "ความลับ" ของผู้หมวดเลอแมร์กับฉันก็กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้กันหมด
 
 
ป.ล. ผมไม่เข้าใจว่าทำไม ซาดาโกะไม่ใช้ "มากัง" ตอนเข้ามาหาของ - -
ป.ล. แก้ไขที่แปลผิด ขอบคุณคุณมงส์ด้วยที่มาท้วงครับ
แปลผิดประโยคง่ายๆ แต่เป็นหัวใจหลักของตอน เรื่อง "ความลับ" เลยซะด้วย
แก้ตัวว่ายังไม่หายไข้ดีละกัน 555+

Comment

Comment:

Tweet


นิปะ แมวน้อย?~(เลอร์แมร์) เหตุผลน่ารักค่ะ ฟุโซไม่ รุก ก็ รับ ทุกรายแน่นอน
#9 by AnotherAxis (103.7.57.18|113.53.223.190) At 2012-12-12 22:51,
มาลงชื่อๆ

"อยากรู้ว่าคุณชอบใครใน502มากที่สุด เพราะอะไร?"
ซาซ่า เพราะ อวยโอรุสเซีย
#8 by Shiro-Yuri At 2011-04-24 09:38,
ขอบคุณหลายๆ จ้า
สนุกมากๆ ไม่นึกว่าจะเป็นตอนจบ TT
ซาดาโกะหื่นเงียบ
#7 by ... (58.9.250.85) At 2011-03-09 12:39,
ลืมมาตอบค่ะ ว่า" ชอบใครที่สุดใน 502"

ชอบผู้หมวดเลอแมร์กับผู้กองโพครีชกิ้นมากค่ะ

โดยรวมคือชอบนิสัยทั้งคู่อ่าค่ะ น่ารักดี >w<
#6 by 1St-Kuro Studio At 2011-02-09 01:03,
ตามมาอ่านถึงนี่ค่ะ ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะคะ
...ค้างไปกับตอนจบ วิชฟุโซไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกคนสักหน่อย อย่างน้อยจุงโกะก็ไม่มีนิสัยแอบแฝงแบบนี้
แต่วิชฟุโซเนื้อหอมนี่ท่าจะจริงsad smile

ถ้าถามว่าชอบใครที่สุด ก็ต้องเป็นนิปะเนี่ยแหละ ชอบตั้งแต่อ่านภาค 1.5 นิปะดูน่าแกล้งมากๆเลย นิสัยต่างกับอิลลูจังเลยนะ น่าเสียดายในนี้ไม่ค่อยได้ออกโรง
#5 by Kitsutsuki (124.120.44.58) At 2011-02-08 12:24,
ขอบคุณคุณเพียวเช่นกันที่แปลมาให้ได้อ่านกันจนจบขราบ เอร็ดอร่อยมาก confused smile

ใน 502 ที่ชอบที่สุดคงเป็นเรือตรีคันโนะครับ ทำกับข้าวเลี้ยงให้เชื่องดีๆ แล้วแกล้งเล่นคงสนุกพิลึก
รองลงมาก็น้องหมีขาวโพครีชกิ้น ชอบเพราะโดจินล้วนๆ คนอะไรถือประแจแล้วเหมาะมากๆ.....
/me โดนหวดท้ายท้อย
#4 by Mukiki At 2011-02-07 09:18,
"อยากรู้ว่าคุณชอบใครใน502มากที่สุด เพราะอะไร?"

อืม ไม่มีใครถูกใจจังๆเหมือน 501 แต่ถ้าให้เลือกๆก็... ผู้กองโพครีชกิ้น ล่ะนะ เพราะว่าปฏิกิริยาตอบสนองของเธอมันฮา (เหตุผลอะไรเนี่ย 55+)

วิทซ์จากฟุโซนิสัยเป็นแบบนี้? เราว่านิสัยทุกคนก็ต่างกันไปนะ? แต่ถ้าหมายถึงเรื่องความสามารถพิเศษที่สามารถพูดและทำให้คนรอบข้างเข้าใจผิดได้อย่างง่ายดายทั้งๆที่ก็พูดตรงๆเนี่ย... sad smile
#3 by zoung At 2011-02-05 19:54,
sad smile วิทช์จากฟุโซนี่มีนิสัย..แบบนี้ทุกคนรึป่าวนะ (ฮา)
#2 by Chaya At 2011-02-05 16:56,
อ๊ากกกกก ซาดาโกะจังกู๊ดจ๊อบบบบบบบบบบบบบบบบบ
Hot! Hot!

"ไม่เป็นไรนะ เพราะมันจะเป็นความลับระหว่างเราสองคน..."
(ประโยคนี้วนอยู่ในใจหลายรอบมากค่ะ!!!)

ขอบคุณมากนะคะที่แปลมาให้อ่านตลอด จะรอติดตามชิ้นต่อไปนะคะ ^ ^ ชอบมากๆเลยค่ะ
#1 by 1St-Kuro Studio At 2011-02-05 00:27,
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ โดย purerain ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.
ShoutMix chat widget