2010/Dec/21

มาถึงตอนที่ 6 กันแล้ว ตอนหน้าก็จบซีรี่ย์สั้น การเข้ารับตำแหน่งฯ แล้วสิ

ช่วงนี้อ.humikane เหมือนแกจะพยายามปั้น 504 อย่างเต็มที่เลย

เพราะงั้นพอแปลชุดนี้จบก็จะต่อด้วย เรื่องของ 504 แล้วกันนะ

(ชิ จริงๆ คุรุจังบอกว่าจะแปลให้แท้ๆ)

พูดด้วยใจจริงอยากเป็นฝ่ายนั่งอ่านมั่งอ่ะ

ใครเข้ามาอ่านซีรี่ย์แปลนี้แล้วก็อย่าลืมคอมเม้นต์บอกกันบ้างนะครับ

(ดองๆ ไปหน่อย แว่บไปทำหลายอย่างเป็นพักๆ และก็เวลาว่างมันไม่ค่อยจะมี - -)

ป.ล. กำลังหลงเฟเดริก้า หัวหน้าของ 504 เลยล่ะ

.......................................................

ความเดิมตอนก่อนหน้า

ช่วงรับประทานอาหารดำเนินไปอย่างเรียบร้อยสงบสุข  ด้านหนึ่งตามแนวยาวของโต๊ะเป็น เรืออากาศโทครูปินสกี้ เรือตรีคันโนะ และพันจ่าอากาศเอกนิปะ  ส่วนด้านตรงกันข้ามนั้นเป็น พันจ่าอากาศเอกรอสมันน์ เรืออากาศตรีเลอแมร์ และก็ฉัน ตรงหัวท้ายโต๊ะสองที่นั่งเป็นร้อยเอกโพครีชกิ้นกับหัวหน้ารอล

เริ่มต้นด้วยคำกล่าวจากหัวหน้ารอล

“ทุกคน วันนี้ เรือตรีชิโมฮาระได้เข้ามารับตำแหน่งเป็นสมาชิกคนนึงของกองบินร่วมรบที่ 502
ภารกิจของพวกเรานั้นหนักมาก จนถึงตอนนี้เราได้อาศัยอยู่ในฐานทัพที่เหมือนกับเป็นโรงแรม แต่อีกไม่นานเราต้องร่วมมือกับหน่วยอื่นรอบๆ นี้ เพื่อรุกคืบเข้าสู่พื้นที่น่านฟ้าที่นิวรอยถือครองอยู่ หากเป็นเช่นนั้น พวกเราคงมีวันที่ต้องนอนพักในฐานทัพของแนวหน้าของสงครามที่เหมือนกระต๊อบหยาบๆ สำหรับพวกเราทุกคนแล้วมันคงเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด แต่ก็เป็นหลักฐานแสดงว่าขอบเขตความอยู่รอดของมนุษยชาติกำลังขยายตัวออกไปด้วยเช่นกัน ทุกคน ฉันอยากให้เราร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้ให้ดีที่สุด"

คำพูดที่ไม่ได้เสริมเติมแต่ง แต่กระนั้นการคาดการณ์ถึงสงครามอันหนักหน่วงภายหลังจากนี้ก็ทำให้สีหน้าท่าทางของทุกคนรู้สึกตึงเครียดขึ้น

“เอาล่ะ เรื่องเป็นพิธีรีตองก็จบแล้วล่ะนะ วันนี้ฉันขอให้เรือตรีชิโมฮาระ ซาดาโกะที่พึ่งจะเข้ามารับตำแหน่งมาทำอาหารฟุโซให้พวกเราทานกัน”

สายตาของทุกคนจ้องมองมาทางฉัน และคนที่มีปฏิกริยาตอบสนองหนักที่สุดเมื่อได้ยินว่าอาหารฟุโซก็คือเรือตรีคันโนะ

เธอจ้องมองมาที่ฉันด้วยสายตาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งประมาณว่า จะเชื่อได้เหรอน่ะ เป็นอาหารฟุโซจริงๆ เหรอน่ะ

 

“วันนี้เป็นเมนูทั่วๆ ไปของกองทัพเรือฟุโซ มันต้มเนื้อกับซุปมิโซะที่เป็นอาหารพื้นบ้านค่ะ”


ระหว่างที่อธิบายอยู่นั้น ผู้หมวดเลอแมร์ก็จัดแจงเสิร์ฟอาหารให้อย่างว่องไว

เรือตรีคันโนะสังเกตอาหารที่ถูกตักขึ้นมาอย่างสุขุมราวกับเป็นอาจารย์นักชิมผู้รอบรู้เรื่องรสชาติ

เริ่มทานคำแรกอย่างเชื่องช้า หนึ่งคำ อีกหนึ่งคำ และค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นจนทานหมด

“ขอเติมอีก”

ระหว่างที่ผู้หมวดเลอแมร์กำลังตักเนื้อต้มมันจานที่สองให้

เรือตรีคันโนะก็จ้องเขม็งมาทางฉันแล้วพยักหน้าให้เล็กๆ

แสดงว่าให้การยอมรับแล้วรึเปล่านะ

ผู้กองโพครีชกิ้นกับพันจ่ารอสมันน์เข้ามาถามสูตรการทำอย่างละเอียด คงจะนำไปทำเองดู

อย่างไงก็ตาม ถ้าไม่มีเครื่องปรุงของฟุโซ ก็ทำไม่ได้หรอกนะ

ระหว่างที่ฉันกำลังอธิบายถึงเรื่องนั้นอยู่ หัวหน้ารอลก็ให้สัญญาว่าจะช่วยจัดการเรื่องเครื่องปรุงวัตถุดิบในเสบียงที่จะมาส่งให้

ท่ามกลางบรรยากาศเบาๆ ฉันก็ได้ฟังเรื่องที่ฉันยังไม่รู้ของทุกคน

ที่ว่าพันจ่าอากาศเอกรอสมันน์เป็นอาจารย์นั้น

เพราะเธอเป็นพันจ่าผู้มีประสบการณ์มายาวนานในการเป็นครูฝึกพวกหน้าใหม่นั่นเอง

ดูเหมือนว่าทั้งหัวหน้าและผู้กองจะให้ความไว้วางใจกับทหารผู้มีประวัติในกองทัพมายาวนานโดยไม่สนใจระดับชั้นยศ

เพราะมีแผนการจะรับพวกหน้าใหม่มีแววหลายคนเข้ามาเพิ่มเป็นสมาชิกหน่วยในตอนนี้  

พันจ่ารอสมันน์จึงถูกส่งมาประจำการในฐานะของครูฝึก แต่ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างคัดเลือกคนกันอยู่

ฉันต้องตกใจอีกหน่อย ที่พันจ่ามีอายุมากกว่าฉัน

และก็เรื่องที่ผู้หมวดเลอแมร์ผู้บอบบางกำลังเติมจานต่อไปให้กับผู้หมวดคันโนะด้วย



เมื่อจัดการสะสางล้างภาชนะใส่อาหารกับผู้หมวดเลอแมร์เสร็จ เราก็แยกกันตรงระเบียงทางเดิน

พอกำลังจะไปที่ห้องส่วนตัว ก็เจอกับเรือตรีคันโนะที่กำลังยืนอยู่หน้าประตู

 

“เอ่อ...”

“เรียกชิโมฮาระก็ได้ค่ะ”

“งั้นเรียกเราว่าคันโนะละกัน”

“ค่ะ คันโนะซัง”

“อาหาร อร่อยมาก”


วิธีการพูดแบบไม่มีอัธยาศัยแต่ก็รับรู้ได้ว่าที่พูดมานั้นจริงจัง ความดีใจจึงค่อยๆ แผ่ขยายตัวออก
เธออุตส่าห์มารอเราเพื่อเรื่องนี้หรอกรึเนี่ย

“ขอบคุณนะคะ คุ้มค่าที่ตั้งอกตั้งใจทำจริงๆ คราวหลังถ้ามีข้าวด้วยก็คงดีนะคะ”

“นั่นสิเนอะ”

ฉันได้รับปฏิกิริยาตอบกลับที่ดีทันท่วงทีแบบนี้เลยแปลกใจนิดหน่อย

“จริงด้วยสิน้า เป็นชาวฟุโซนี่ ถ้าไม่กินข้าวก็คงไงไม่รู้เนอะ”

“ค่ะ  หัวหน้ารับปากแล้วว่าจะจัดหาให้ เร็วๆ นี้อาจจะได้มาก็ได้ค่ะ”

“ไว้ตอนนั้น ชิโมฮาระทำอาหารให้เราด้วยนะ”


“ค่ะ ด้วยความยินดีเลยค่ะ”

พอได้มองรอยยิ้มที่ไร้กังวลของเรือตรีคันโนะ ความรู้สึกของฉันก็ถูกกระหน่ำเข้าอีกครั้ง   ฉันนี่น้า...

 

“อ๊ะ จริงสิ”

“หืม?”

“รอแป๊บนึงนะคะ”

ฉันกลับไปที่ห้องตัวเอง หยิบขวดใบเล็กจากกองของส่วนตัวที่วางกระจายอยู่เต็มเตียง

ข้างในนั้นคือ คอมเปโต (ลูกกวาดญี่ปุ่น)

“มาทานของว่างด้วยกัน เป็นไงคะ”

เธอยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มที่ดีที่สุดของวันนี้เลย

ได้ยินมาว่าเรือตรีคันโนะเป็นคนเอาใจยาก แต่ก็เป็นคนที่น่ารักมากๆ ด้วยแหละ


ในตอนนั้น ก็มีการพูดโต้ตอบกันประมาณนี้จากนอกห้อง ซึ่งฉันมารู้ในภายหลัง

“น่าตกใจจังเนอะ ที่นาโอะจังคนนั้นจะโดนล่อด้วยของเรียบๆ แบบนั้น”

“จะบอกว่าพลังของของกินช่างน่ากลัวใช่มั้ยล่ะคะ”

“ผู้กอง แบบนั้นมัน ฉันได้ยินเหมือนกับว่าคุณจะป้อนให้อาหารนาโอะจังเลยนะ”

“...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหมายความแบบนั้น!”

“ฮะๆ ล้อเล่นน่า  ว่าแต่อย่างนี้นี่เอง จะกระชับความสัมพันธ์กับนาโอะจังให้แน่นแฟ้นเนี่ยต้องใช้ขนมสินะ”

“ยัยบ้า กำลังคิดอะไรพิลึกๆ อีกแล้วใช่มั้ยน่ะ”

“ห้ามกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นรึไง?”


“ไอ้ที่ว่ากระชับสัมพันธ์ของเธอน่ะ ขอแค่คนน่ารักก็พอไม่ใช่เรอะ! ก่อนหน้านี้ก็เหมือนกัน”

“จะมาพูดเรื่องพรรค์นั้นตรงนี้ ท่านผู้กองก็คงลำบากใจใช่มั้ยล่ะ”

“เธอนี่มัน... !”

“ไม่หรอก... เรื่องนั้น.. ไม่ต้องใส่ใจหรอก...”

 


ป.ล ขอบคุณเจ๊ดักด้วยที่ช่วยเมื่อวาน นั่งอ่านหลังจากทำงานเสร็จนี่มันมึนๆ

............................................

ตอบคุณ yoruichi ครับ

ขอบคุณที่สละเวลามาแปลให้อ่าน อีกตอนเดียวก็จบแล้ว เริ่มตอน 504 คงสนุกขึ้น(และวายกว่านี้มั่งนะ)
ว่าแต่-คำพูดที่ส่อความวายให้ชวนจิ้นมันเป็นของ ท่านเคาท์ กับ ใคร เหรอ ?

>>> ผู้กองก็มีอยู่คนเดียว อเล็กซานดร้า โพครีชกิ้นไงครับ

และก็ผมไม่ชอบวาย บอกเอาไว้

Comment

Comment:

Tweet


embarrassed ชอบ วาย หน่อยเถอะครับผมชอบนะมากด้วยยยย  คาดว่าผู้กองเสจท่านเคาท์แล้ว แน่นอนopen-mounthed smile
#2 by AnotherAxis (103.7.57.18|113.53.223.190) At 2012-12-12 22:21,
ขอบคุณที่สละเวลามาแปลให้อ่าน อีกตอนเดียวก็จบแล้ว เริ่มตอน 504 คงสนุกขึ้น(และวายกว่านี้มั่งนะ)
ว่าแต่-คำพูดที่ส่อความวายให้ชวนจิ้นมันเป็นของ ท่านเคาท์ กับ ใคร เหรอ ?
#1 by yoruichi (58.9.146.38) At 2010-12-25 14:58,
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ โดย purerain ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.
ShoutMix chat widget